Payment Gateway เจ้าไหนดี? วิธีเลือกให้เหมาะกับธุรกิจ

Payment Gateway เจ้าไหนดี? วิธีเลือกให้เหมาะกับธุรกิจ

Payment Gateway เจ้าไหนดี เป็นคำถามที่เจ้าของธุรกิจออนไลน์มักเจอเมื่อต้องการเพิ่มช่องทางรับชำระเงิน เพราะผู้ให้บริการแต่ละรายมีช่องทางการชำระเงิน ค่าธรรมเนียม รูปแบบการเชื่อมต่อ ระบบหลังบ้าน และบริการสนับสนุนที่แตกต่างกัน ดังนั้น Payment Gateway ที่เหมาะสมจึงไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าที่มีฟีเจอร์มากที่สุด แต่ควรเป็นระบบที่ตอบโจทย์รูปแบบธุรกิจและพฤติกรรมการชำระเงินของลูกค้า

บทความนี้จะพาไปดูว่า ก่อนเลือก Payment Gateway ควรพิจารณาอะไรบ้าง ตั้งแต่ช่องทางการชำระเงิน ค่าธรรมเนียม การเชื่อมต่อระบบ ความปลอดภัย ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อช่วยให้ธุรกิจเปรียบเทียบและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

Payment Gateway เจ้าไหนดี? ควรเลือกจากอะไร

Payment Gateway ที่เหมาะสมควรเลือกจากความต้องการของธุรกิจเป็นหลัก โดยพิจารณาช่องทางการชำระเงินที่ลูกค้าใช้ ค่าธรรมเนียม การเชื่อมต่อกับเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ระบบจัดการธุรกรรม ความปลอดภัย และบริการ Support เพราะธุรกิจแต่ละประเภทมีรูปแบบการขายและ Customer Journey ที่แตกต่างกัน จึงไม่มี Payment Gateway เจ้าเดียวที่เหมาะกับทุกธุรกิจ

Payment Gateway คืออะไร?

Payment Gateway คือระบบที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรับชำระเงินออนไลน์ โดยช่วยเชื่อมต่อการชำระเงินระหว่างลูกค้า ร้านค้า และระบบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ธุรกิจสามารถรองรับช่องทางการชำระเงินออนไลน์ตามบริการของผู้ให้บริการแต่ละราย

เมื่อผู้ซื้อเลือกสินค้าและเข้าสู่ขั้นตอนชำระเงิน ระบบ Payment Gateway จะเข้ามามีบทบาทในกระบวนการรับและประมวลผลรายการตามช่องทางที่ลูกค้าเลือก

สำหรับธุรกิจ การใช้ Payment Gateway ช่วยลดความซับซ้อนในการพัฒนาระบบรับชำระเงินหลายช่องทางด้วยตนเอง และช่วยให้สามารถเพิ่มวิธีการชำระเงินที่เหมาะกับลูกค้าได้

หากต้องการทำความเข้าใจพื้นฐานเพิ่มเติม สามารถอ่าน ทำความรู้จักกับ Payment Gateway ก่อนเริ่มเปรียบเทียบผู้ให้บริการ

ทำไมการเลือก Payment Gateway ถึงสำคัญกับธุรกิจ?

Payment Gateway ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับขั้นตอนการจ่ายเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของ Customer Journey ตั้งแต่ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าไปจนถึงการชำระเงินสำเร็จ

หากช่องทางชำระเงินที่ธุรกิจมีไม่ตรงกับพฤติกรรมของลูกค้า หรือขั้นตอนการชำระเงินไม่เหมาะกับรูปแบบการขาย ก็อาจส่งผลต่อประสบการณ์ของผู้ซื้อได้

ขณะเดียวกัน ฝั่งธุรกิจก็ต้องพิจารณาเรื่องการเชื่อมต่อระบบ การตรวจสอบสถานะธุรกรรม การจัดทำรายงาน การรับเงิน และการดูแลระบบหลังจากเปิดใช้งานจริง

ดังนั้น การเลือก Payment Gateway จึงควรมองทั้งประสบการณ์ของลูกค้าและการทำงานหลังบ้านของธุรกิจควบคู่กัน

7 ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือก Payment Gateway

ก่อนตอบว่า Payment Gateway เจ้าไหนดี ลองนำผู้ให้บริการที่สนใจมาเปรียบเทียบตาม 7 ปัจจัยต่อไปนี้

1. ช่องทางการชำระเงินที่รองรับ

อันดับแรกควรสำรวจว่าลูกค้าของธุรกิจนิยมชำระเงินด้วยวิธีใด แล้วตรวจสอบว่า Payment Gateway ที่กำลังพิจารณารองรับช่องทางเหล่านั้นหรือไม่

ตัวอย่างช่องทางที่ธุรกิจอาจต้องพิจารณา ได้แก่

  • QR Payment
  • บัตรเครดิตและบัตรเดบิต
  • Mobile Banking
  • Internet Banking
  • e-Wallet
  • ช่องทางการชำระเงินอื่นตามกลุ่มลูกค้า

ไม่จำเป็นว่าผู้ให้บริการที่มีช่องทางมากที่สุดจะเหมาะที่สุดเสมอไป สิ่งสำคัญคือช่องทางที่มีต้องสอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าธุรกิจ

2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย

ค่าธรรมเนียมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ธุรกิจควรนำมาคำนวณก่อนเลือก Payment Gateway แต่ไม่ควรดูเพียงเปอร์เซ็นต์ค่าธรรมเนียมต่อรายการเท่านั้น

ควรตรวจสอบรายละเอียดอื่นร่วมด้วย เช่น

  • ค่าธรรมเนียมของแต่ละช่องทาง
  • ค่าติดตั้งหรือค่าบริการเริ่มต้น หากมี
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามประเภทบริการ
  • รอบการสรุปยอดและรับเงิน
  • เงื่อนไขการคืนเงิน
  • เงื่อนไขอื่นตามสัญญาหรือบริการ

ธุรกิจที่มียอดขายและจำนวนธุรกรรมแตกต่างกันอาจมีต้นทุนจาก Payment Gateway ไม่เท่ากัน จึงควรประเมินจากรูปแบบการใช้งานจริงของตัวเอง

3. ความง่ายในการเชื่อมต่อระบบ

สำหรับธุรกิจที่มีเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือระบบ E-commerce อยู่แล้ว ควรตรวจสอบว่า Payment Gateway สามารถเชื่อมต่อกับระบบที่ใช้งานอยู่ได้อย่างไร

คำถามที่ควรถามผู้ให้บริการ เช่น

  • มี API สำหรับเชื่อมต่อหรือไม่?
  • มี Documentation สำหรับ Developer หรือไม่?
  • มี Sandbox สำหรับทดสอบระบบหรือไม่?
  • รองรับรูปแบบเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มที่ธุรกิจใช้อยู่หรือไม่?
  • มี Technical Support ในกรณีที่เกิดปัญหาระหว่าง Integration หรือไม่?

โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องพัฒนาการเชื่อมต่อเอง การมี Documentation ที่ชัดเจนและระบบสำหรับทดสอบก่อนเปิดใช้งานจริงจะช่วยให้ทีม Developer วางแผนการทำงานได้ง่ายขึ้น

4. ความปลอดภัยและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

Payment Gateway เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการชำระเงินออนไลน์ ดังนั้นธุรกิจควรตรวจสอบแนวทางและมาตรฐานด้านความปลอดภัยของผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ

ตัวอย่างหนึ่งคือ PCI DSS (Payment Card Industry Data Security Standard) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลบัตรชำระเงิน

ธุรกิจสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ PCI DSS จาก PCI Security Standards Council ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการของมาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม มาตรฐานแต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และขอบเขตแตกต่างกัน จึงควรศึกษาว่ามาตรฐานที่ผู้ให้บริการระบุเกี่ยวข้องกับส่วนใดของระบบ และตรงกับความต้องการของธุรกิจหรือไม่

5. Dashboard และระบบจัดการธุรกรรม

เมื่อธุรกิจเริ่มมีจำนวนคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น การตรวจสอบธุรกรรมทีละรายการอาจใช้เวลาและเพิ่มภาระให้กับทีมงาน

Payment Gateway จึงควรมีระบบหลังบ้านที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามและจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินได้

ตัวอย่างสิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • Dashboard สำหรับดูรายการ
  • สถานะการชำระเงิน
  • ประวัติธุรกรรม
  • รายงานที่เกี่ยวข้อง
  • ระบบค้นหาและตรวจสอบรายการ
  • เครื่องมือสำหรับจัดการธุรกรรมตามบริการที่รองรับ

ระบบหลังบ้านที่ใช้งานเหมาะกับทีมจะช่วยให้การตรวจสอบรายการในแต่ละวันสะดวกขึ้น โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจมีจำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น

6. บริการหลังการขายและ Technical Support

ต่อให้ระบบมีฟีเจอร์ครบ แต่เมื่อเกิดปัญหาแล้วไม่สามารถติดต่อผู้ให้บริการได้ ก็อาจสร้างปัญหาให้กับธุรกิจได้เช่นกัน

ก่อนสมัครใช้บริการควรตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีช่องทาง Support แบบใด และสามารถให้ความช่วยเหลือในเรื่องใดบ้าง

ตัวอย่างเช่น

  • การสมัครและเริ่มต้นใช้งาน
  • การเชื่อมต่อระบบ
  • ปัญหาด้านเทคนิค
  • การตรวจสอบธุรกรรม
  • การใช้งานระบบหลังบ้าน
  • เอกสารและคู่มือสำหรับ Developer

หากธุรกิจไม่มีทีม Technical ขนาดใหญ่ การมีผู้ให้บริการที่สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับระบบได้ก็เป็นอีกปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณา

7. ความสามารถในการรองรับธุรกิจในอนาคต

วันนี้ธุรกิจอาจต้องการเพียงระบบรับชำระเงินผ่านเว็บไซต์ แต่เมื่อธุรกิจเติบโต รูปแบบการขายอาจเปลี่ยนไป

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจอาจเริ่มขายผ่าน Social Commerce ต้องการส่ง Payment Link ให้ลูกค้า มีรูปแบบการเก็บเงินเป็นรอบ หรือต้องการจัดการการจ่ายเงินออก

ดังนั้น ก่อนเลือก Payment Gateway ควรพิจารณาด้วยว่าผู้ให้บริการมีโซลูชันที่สามารถรองรับรูปแบบธุรกิจที่หลากหลายหรือไม่ เพื่อให้ระบบที่เลือกสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในอนาคตได้

เลือก Payment Gateway ให้เหมาะกับประเภทธุรกิจ

Payment Gateway ที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามรูปแบบการขายและ Customer Journey ของแต่ละธุรกิจ

ประเภทธุรกิจสิ่งที่ควรพิจารณา
E-commerceช่องทางชำระเงิน, Integration, Dashboard และการจัดการธุรกรรม
เว็บไซต์ขายสินค้า/บริการAPI, Checkout, ช่องทางชำระเงิน และ Technical Support
Social CommercePayment Link และความสะดวกในการส่งช่องทางชำระเงินให้ลูกค้า
Subscription / Membershipความสามารถในการรองรับการชำระเงินตามรอบตามบริการที่ต้องการ
ธุรกิจที่มีระบบของตัวเองAPI, Documentation, Sandbox และ Technical Support
ธุรกิจที่มีธุรกรรมจำนวนมากDashboard, Reporting, Settlement และการบริหารจัดการรายการ
ธุรกิจที่มีการจ่ายเงินออกระบบหรือบริการสำหรับจัดการ Payout ตามความต้องการของธุรกิจ

ตารางนี้ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น ก่อนตัดสินใจควรสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขจริงจากผู้ให้บริการแต่ละรายอีกครั้ง

แล้วถ้ากำลังมองหา Payment Gateway สำหรับธุรกิจ?

หลังจากเข้าใจเกณฑ์การเลือกแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำความต้องการของธุรกิจไปเปรียบเทียบกับบริการของผู้ให้บริการแต่ละราย

ChillPay เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Payment Gateway สำหรับธุรกิจที่ต้องการรับชำระเงินออนไลน์ โดยพัฒนาโดย PraIn FinTech Co., Ltd. และมีโซลูชันด้านการชำระเงินสำหรับรูปแบบธุรกิจที่แตกต่างกัน

นอกจาก Payment Gateway สำหรับการรับชำระเงินออนไลน์แล้ว ChillPay ยังมีบริการอย่าง ChillPayLink สำหรับการสร้าง Payment Link ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์หรือทีมพัฒนาเป็นของตัวเอง และ ChillPayOut สำหรับกระบวนการจ่ายเงินออกของธุรกิจ

สำหรับธุรกิจที่มีระบบของตัวเอง ChillPay ยังมี Documentation และระบบสำหรับการทดสอบการเชื่อมต่อก่อนใช้งานจริง

อย่างไรก็ตาม ก่อนเลือกใช้บริการควรตรวจสอบรายละเอียดช่องทางการชำระเงิน ค่าธรรมเนียม เงื่อนไข และรูปแบบการเชื่อมต่อให้ตรงกับความต้องการของธุรกิจ

สามารถ ศึกษารายละเอียด Payment Gateway และโซลูชันของ ChillPay เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ

สรุป Payment Gateway เจ้าไหนดี?

คำถามว่า Payment Gateway เจ้าไหนดี ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกธุรกิจ เพราะร้านค้าแต่ละแห่งมีช่องทางขาย กลุ่มลูกค้า ระบบหลังบ้าน งบประมาณ และความต้องการด้านการชำระเงินแตกต่างกัน

ก่อนเลือกผู้ให้บริการ ควรพิจารณาอย่างน้อย 7 เรื่อง ได้แก่ ช่องทางการชำระเงิน ค่าธรรมเนียม การเชื่อมต่อระบบ ความปลอดภัย Dashboard การ Support และความสามารถในการรองรับการเติบโตของธุรกิจ

แทนที่จะเลือกจากคำว่า “เจ้าไหนดีที่สุด” การเลือก Payment Gateway ที่ตอบโจทย์ Customer Journey และระบบการทำงานของธุรกิจมากที่สุด จะช่วยให้ได้บริการที่เหมาะกับการใช้งานจริงมากกว่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Payment Gateway

Payment Gateway เจ้าไหนดีสำหรับธุรกิจออนไลน์?

ควรเลือก Payment Gateway ที่เหมาะกับรูปแบบธุรกิจและพฤติกรรมการชำระเงินของลูกค้า โดยเปรียบเทียบช่องทางชำระเงิน ค่าธรรมเนียม การเชื่อมต่อระบบ Dashboard ความปลอดภัย และบริการ Support ของผู้ให้บริการแต่ละราย

เลือก Payment Gateway ต้องดูอะไรบ้าง?

ควรพิจารณาช่องทางการชำระเงิน ค่าธรรมเนียมและเงื่อนไข API และ Documentation, Sandbox, Dashboard, รอบการรับเงิน มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และบริการหลังการขาย

Payment Gateway มีค่าธรรมเนียมหรือไม่?

ค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและช่องทางการชำระเงิน ธุรกิจควรสอบถามรายละเอียดทั้งค่าธรรมเนียมต่อรายการ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องก่อนสมัครใช้บริการ

Payment Gateway ปลอดภัยหรือไม่?

ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับระบบและมาตรฐานของผู้ให้บริการ ธุรกิจควรตรวจสอบมาตรฐานและแนวทางด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับบริการ เช่น PCI DSS สำหรับข้อมูลบัตรชำระเงิน รวมถึงมาตรการอื่นของผู้ให้บริการ

ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้ Payment Gateway หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับรูปแบบการขาย หากธุรกิจต้องการรับชำระเงินออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางดิจิทัล Payment Gateway สามารถเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับเชื่อมกระบวนการรับชำระเงินเข้ากับธุรกิจได้

ไม่มีเว็บไซต์สามารถรับชำระเงินออนไลน์ได้หรือไม่?

สามารถทำได้หากผู้ให้บริการมีบริการที่รองรับ เช่น Payment Link ซึ่งช่วยให้ร้านค้าส่งลิงก์สำหรับชำระเงินให้ลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีระบบ Checkout บนเว็บไซต์ของตัวเอง

ChillPay เป็น Payment Gateway หรือไม่?

ใช่ ChillPay เป็นผู้ให้บริการ Payment Gateway สำหรับการรับชำระเงินออนไลน์ โดยพัฒนาโดย PraIn FinTech Co., Ltd. และมีโซลูชันอื่นที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินสำหรับธุรกิจ เช่น ChillPayLink และ ChillPayOut

Scroll to Top