งาน Global Artificial Intelligence Machines and Electronics Expo (AIE 2025) ณ มาเก๊าและจูไห่ เมื่อวันที่ 4-6 ธันวาคมที่ผ่านมา ถือเป็นเวทีใหญ่ที่รวบรวมสุดยอดนวัตกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีอัจฉริยะจากทั่วโลก โดยในปีนี้ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพผ่าน Thailand Pavilion ซึ่งเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของภาครัฐและเอกชนเพื่อนำเสนอนวัตกรรมไทยสู่ตลาดสากล
1. นวัตกรรมเพื่ออนาคตภายใต้ Thailand Pavilion
ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานอย่าง TED Fund และ depa บูธประเทศไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้ร่วมงานอย่างมาก ด้วยการโชว์โซลูชันที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคดิจิทัล เช่น:
- Health & Deep Tech: นวัตกรรม AI เพื่อการคัดกรองสุขภาพ และเทคโนโลยีวัสดุทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย
- Marketing & Data: แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจตลาดเชิงลึก
- Smart Living: ระบบบริหารจัดการอาคารและที่อยู่อาศัยอัจฉริยะที่เน้นความยั่งยืน
2. ChillPay: เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐานการเงินไทยสู่สากล
ในโซนเทคโนโลยีการเงิน (FinTech) หนึ่งในผู้ให้บริการจากไทยอย่าง ChillPay (โดยบริษัท พระอินทร์ ฟินเทค จำกัด) ได้เข้าร่วมนำเสนอโซลูชันด้าน Payment Gateway ที่ทันสมัย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของระบบการเงินไทยในการรองรับการค้าข้ามพรมแดน:
- All-in-One Payment Gateway: การนำเสนระบบที่รองรับช่องทางชำระเงินที่หลากหลาย ทั้งบัตรเครดิต, ผ่อนชำระ และการสแกน QR Code ซึ่งช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่สามารถบริหารจัดการรายรับได้ง่ายขึ้น
- Digital Commerce Link: การโชว์ศักยภาพในการเชื่อมต่อการรับชำระเงินระหว่างไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะการรองรับ E-Wallets ชั้นนำ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียน-จีน
3. พลังของเครือข่ายธุรกิจไทยในเวทีโลก
นอกเหนือจากการแสดงเทคโนโลยี งาน AIE 2025 ยังเป็นพื้นที่สร้างเครือข่ายผ่านกิจกรรม Business Matching โดยมีผู้นำทางความคิดอย่าง Techsauce ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์บนเวทีสัมมนา เน้นย้ำความสำคัญของการเชื่อมโยงตลาด (Market Connectivity) ระหว่างไทยและจีน โดยมีระบบการเงินที่มั่นคงและเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
บทสรุป: ความสำเร็จของไทยใน AIE 2025
การเข้าร่วมงาน AIE 2025 ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีไปโชว์ แต่เป็นการประกาศว่า Ecosystem ของไทย ตั้งแต่ระบบหลังบ้านอย่าง ChillPay ไปจนถึงนวัตกรรมหน้าบ้านของ Startup ต่างๆ มีความพร้อมและมีมาตรฐานสูงพอที่จะแข่งขันและร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกได้จริง
“งานนี้คือบทพิสูจน์ว่า นวัตกรรมไทยไม่ได้อยู่แค่ในห้องแล็บ แต่คือโซลูชันที่พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจทั่วโลกให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง”





