งาน KUB Global Bangkok 2026 เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของ Blockchain และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลที่กำลังพัฒนาไปสู่การใช้งานในระดับธุรกิจและชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยงานจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ณ ZillaSpace ชั้น 11 อาคาร FYI Center กรุงเทพฯ พร้อมรวบรวมผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ นักพัฒนา นักลงทุน และพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้ามาแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของระบบการเงินในภูมิภาค
ภายในงานมีพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วม ทั้ง Agora, Ondo, Superteam Thailand และ TRON รวมถึงความร่วมมือจาก Liberix, 1109 Prime และ DeLorean Labs ทำให้ประเด็นที่ถูกนำเสนอไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่อง Blockchain แต่ครอบคลุมตั้งแต่ Programmable Payment, Financial Infrastructure, Tokenization และ Real World Assets (RWA) ไปจนถึงการขยาย Web3 Ecosystem สู่การใช้งานในวงกว้าง
สำหรับ ChillPay งานครั้งนี้ยังมีความหมายมากขึ้นจากการที่ คุณเพิ่มบุญ เอี่ยมสุภาษิต ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ ChillPay ได้รับเกียรติร่วมขึ้นเวที เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของระบบการชำระเงินและโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัล
4 เสาหลักที่สะท้อนทิศทางการเงินดิจิทัล
เนื้อหาของ KUB Global Bangkok 2026 ถูกขับเคลื่อนผ่าน 4 Pillar ที่สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินในหลายมิติ
1. Programmable Payment & Financial Infrastructure
หนึ่งในประเด็นที่เชื่อมโยงกับภาคธุรกิจโดยตรงคือ Programmable Payment & Financial Infrastructure ซึ่งกล่าวถึงการพัฒนาระบบชำระเงินที่สามารถกำหนดเงื่อนไขการทำธุรกรรมผ่านเทคโนโลยี รวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน Payment Gateway ร้านค้า และภาคธุรกิจ
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนภาพของระบบชำระเงินที่กำลังพัฒนาจากการทำหน้าที่รับและส่งเงิน ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่สามารถเชื่อมต่อกับบริการทางการเงินและรูปแบบธุรกรรมที่หลากหลายมากขึ้น
2. RWA, Tokenization & On-Chain Finance
อีกหนึ่งทิศทางสำคัญคือการนำ Real World Assets (RWA) หรือสินทรัพย์ในโลกจริงเข้าสู่ระบบ Blockchain ผ่าน Tokenization ซึ่งทำให้ประเด็นเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มเชื่อมโยงกับสินทรัพย์และบริการทางการเงินในโลกจริงมากขึ้น
การพัฒนาในด้านนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า Blockchain กำลังถูกนำไปพิจารณาในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Use Case ที่กว้างกว่าการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเพียงอย่างเดียว
3. Web3 Ecosystem, Developers & Regional Expansion
การสร้างระบบนิเวศที่แข็งแรงจำเป็นต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี นักพัฒนา พาร์ทเนอร์ และการเชื่อมโยงระหว่างตลาด งานครั้งนี้จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนา Web3 Ecosystem และการขยายเครือข่ายสู่ระดับภูมิภาค
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับภาพของ Open Financial Infrastructure ที่ไม่ได้พัฒนาอยู่ภายในองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เกิดจากการเชื่อมต่อของผู้เล่นหลายส่วนในระบบนิเวศเดียวกัน
4. KUB Chain Mass Adoption & Everyday Web3
อีกหนึ่งประเด็นคือการผลักดัน Web3 ไปสู่การใช้งานในชีวิตประจำวัน ผ่าน Membership, Loyalty และ Digital Assets เพื่อทำให้เทคโนโลยีสามารถเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานได้มากขึ้น
ภายในงานยังมี Keynote “KUB Chain 2026: Vision, Growth & Tokenomics” โดยนายภาสกร ปานนอก President of KUB รวมถึงการเปิดตัว KUB Wallet เวอร์ชันใหม่ภายใต้แนวคิด “Your Everyday Wallet”
Programmable Payment กับบทบาทของ Payment Gateway
สำหรับ ChillPay ประเด็น Programmable Payment & Financial Infrastructure มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจ Payment Gateway โดยตรง เพราะไม่ว่าระบบการเงินในอนาคตจะพัฒนาไปบนโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใด จุดเชื่อมต่อระหว่างเทคโนโลยี ระบบชำระเงิน ร้านค้า และผู้บริโภคยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการทำธุรกรรม
Programmable Payment นำเสนอภาพของการชำระเงินที่สามารถกำหนดเงื่อนไขและกระบวนการทำงานไว้ล่วงหน้าผ่านเทคโนโลยี ขณะที่ Payment Gateway ในปัจจุบันทำหน้าที่เชื่อมธุรกิจกับช่องทางการรับชำระเงินที่ลูกค้าใช้งานจริง
ในมุมของ ChillPay การพัฒนาของโครงสร้างพื้นฐานใหม่จึงไม่ได้หมายความว่าระบบชำระเงินในปัจจุบันและอนาคตต้องแยกออกจากกัน แต่สะท้อนถึงระบบนิเวศทางการเงินที่กำลังมีทางเลือกและรูปแบบการเชื่อมต่อเพิ่มขึ้น
ChillPay กับการเติบโตของระบบนิเวศการเงินดิจิทัลไทย
การที่ผู้บริหารของ ChillPay ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวที KUB Global Bangkok 2026 ถือเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เล่นในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับทิศทางของระบบการชำระเงินและโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่กำลังเปลี่ยนแปลง
ในขณะที่ Blockchain, Tokenization, RWA และ Programmable Payment กำลังเปิดพื้นที่ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการเงิน โจทย์พื้นฐานสำหรับภาคธุรกิจยังคงเป็นการทำให้ลูกค้าสามารถชำระเงินได้สะดวก และมีระบบที่เหมาะกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจของตนเอง
ปัจจุบัน ChillPay ยังคงมุ่งเน้นการให้บริการ Payment Gateway สำหรับธุรกิจไทย ผ่านช่องทางการชำระเงินที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นบัตร PromptPay หรือ e-Wallet พร้อมติดตามพัฒนาการของเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง
การเกิดขึ้นของผู้เล่น เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานใหม่จึงเป็นอีกสัญญาณของระบบนิเวศการเงินดิจิทัลไทยที่กำลังขยายตัว และในระยะยาว การมีทางเลือกมากขึ้นย่อมเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีทางการเงินที่เหมาะกับลูกค้า ช่องทางการขาย และรูปแบบธุรกิจของตัวเองได้มากขึ้น
สำหรับ ChillPay การเข้าร่วมเวทีในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการติดตามเทรนด์ของอุตสาหกรรม แต่เป็นอีกหนึ่งโอกาสในการร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับ Ecosystem และนำความรู้จากการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมกลับมาพัฒนาบริการ เพื่อรองรับความต้องการของธุรกิจไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับอนาคตของการเงินดิจิทัล





