“The Race to The Next…” 4 บทเรียนจาก Techsauce Global Summit 2026 ที่ธุรกิจไทยพลาดไม่ได้

Techsauce Global Summit 2026 The Race to The Next กับ 4 บทเรียนธุรกิจ

Techsauce Global Summit 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ภายใต้ธีม “The Race to The Next…” โดยพื้นที่จัดงานได้กลับมาเป็นศูนย์กลางของวงการเทคโนโลยีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้ง

งานนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 18,000 คน จากกว่า 60 ประเทศ รวมถึง C-Level Executives กว่า 1,000 คน และนักลงทุนกว่า 300 คน พร้อมเวทีสัมมนากว่า 300 หัวข้อ และบูธจัดแสดงกว่า 350 บูธ ครอบคลุมตั้งแต่ AI, FinTech ไปจนถึงเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาพลิกโฉมโลกธุรกิจ

หนึ่งในช่วงสำคัญของการเปิดงานคือวิสัยทัศน์จาก คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Techsauce Media ซึ่งสะท้อนภาพการแข่งขันทางเทคโนโลยีและโจทย์ที่องค์กรกำลังเผชิญ ผ่าน 4 ประเด็นที่ธุรกิจสามารถนำกลับมาคิดต่อได้ทันที

4 บทเรียนจาก Techsauce Global Summit 2026 ที่ธุรกิจควรรู้

1. โลกกำลังวาดแผนที่ใหม่

เมื่อโลกแบ่งขั้วชัดเจนขึ้น เทคโนโลยีอย่างชิปหรือพลังงานสะอาดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของนวัตกรรมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือต่อรองในระดับประเทศ ขณะเดียวกัน Supply Chain ทั่วโลกก็กำลังมองหาฐานและพันธมิตรใหม่

ความเปลี่ยนแปลงนี้จึงเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสของอาเซียน รวมถึงประเทศไทย ที่สามารถขยับบทบาทจากการเป็นเพียงฐานการผลิตต้นทุนต่ำ ไปสู่การเป็น Strategic Hub ที่โลกให้ความเชื่อถือได้

สำหรับธุรกิจไทย สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการติดตามว่าโลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างไร แต่ต้องมองให้ออกด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นจะส่งผลต่อธุรกิจ ลูกค้า พาร์ทเนอร์ และ Supply Chain ของตัวเองอย่างไร

2. องค์กรที่รอด คือองค์กรที่กล้ารื้อระบบ

แม้ 88% ขององค์กรจะเริ่มนำ AI มาใช้แล้ว แต่การนำ AI ไปใช้งานจริงในแต่ละแผนกยังอยู่ในระดับต่ำ

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า “ใครเริ่มใช้ AI ก่อน” แต่อยู่ที่ว่าองค์กรใดสามารถนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบวิธีทำงานใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

แทนที่จะนำ AI ไปเสริมกระบวนการเดิมเพียงบางจุด ธุรกิจอาจต้องกลับมามองตั้งแต่ต้นว่า Workflow ไหนยังจำเป็น ขั้นตอนไหนสามารถเปลี่ยนได้ และมนุษย์ควรทำหน้าที่ตรงไหนเมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

การแข่งขันในยุค AI จึงอาจไม่ได้เกิดจากการมีเครื่องมือมากที่สุด แต่เกิดจากความสามารถในการ ออกแบบองค์กรและวิธีทำงานใหม่ ให้เหมาะกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป

3. คุณค่าของคนไม่ได้หายไป แค่ย้ายที่

การเติบโตของ AI ไม่ได้หมายความว่าบทบาทของมนุษย์จะหายไปทั้งหมด เพราะ AI เองยังมีข้อจำกัด

ทักษะที่มีคุณค่ามากขึ้นจึงอาจเปลี่ยนจากการลงมือทำงานบางประเภท ไปสู่ความสามารถในการมองว่า ควรสร้างอะไร ควรถามคำถามอะไร และควรตัดสินใจอย่างไร

การตั้งคำถามที่เฉียบคม การเข้าใจบริบท และวิจารณญาณในการตัดสินใจ จึงยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของมนุษย์ในโลกที่ AI สามารถเข้ามาช่วยทำงานได้มากขึ้น

สำหรับองค์กร โจทย์จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาทักษะการใช้ AI แต่ยังรวมถึงการพัฒนาคนให้สามารถใช้เทคโนโลยีควบคู่กับการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

4. N-E-X-T Framework จากเทรนด์สู่การลงมือทำ

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือ N-E-X-T Framework ซึ่งช่วยเปลี่ยนการมองเทรนด์ให้กลายเป็นสิ่งที่ธุรกิจสามารถนำไปทดลองใช้ได้จริง

  • N — New Reality: มองให้เห็นว่าเทรนด์และสภาพแวดล้อมรอบธุรกิจกำลังเปลี่ยนไปอย่างไร
  • E — Effect: ประเมินว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นส่งผลต่อลูกค้าและธุรกิจอย่างไร
  • X — eXperiment: เลือกไอเดียมาทดลองจริงภายใน 30 วัน
  • T — Together: มองหาพาร์ทเนอร์ข้ามอุตสาหกรรม เพื่อสร้างโอกาสและเติบโตไปด้วยกัน

Framework นี้ช่วยให้การติดตามเทคโนโลยีไม่จบอยู่เพียงการรู้ว่า “อะไรคือเทรนด์ใหม่” แต่พาธุรกิจกลับมาถามต่อว่า แล้วเราจะทำอะไรกับความเปลี่ยนแปลงนั้น

Effect และ Together เชื่อมกับระบบชำระเงินอย่างไร?

สองส่วนของ N-E-X-T Framework ที่สามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจด้านการชำระเงินได้อย่างชัดเจนคือ Effect และ Together

เมื่อพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนเร็วขึ้นตามเทคโนโลยีและรูปแบบการใช้ชีวิต ธุรกิจก็ต้องกลับมาประเมินว่า ระบบรับชำระเงินที่ใช้อยู่ยังตอบโจทย์ลูกค้าหรือไม่

การรองรับช่องทางการชำระเงินที่หลากหลายขึ้น หรือการมีข้อมูลธุรกรรมแบบเรียลไทม์เพื่อประกอบการตัดสินใจ เป็นตัวอย่างของการมอง Effect ที่เกิดจากพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป แล้วนำมาพิจารณากับระบบของธุรกิจ

ขณะเดียวกัน แนวคิด Together สะท้อนว่าในโลกธุรกิจที่ซับซ้อนขึ้น องค์กรไม่จำเป็นต้องพัฒนาทุกระบบด้วยตัวเอง

การมีพาร์ทเนอร์ด้านระบบรับชำระเงินอย่าง ChillPay จึงสามารถเป็นอีกหนึ่งส่วนของ Ecosystem ทางธุรกิจ โดย ChillPay ทำหน้าที่ในฐานะ Payment Gateway ที่เชื่อมโยงธุรกิจกับการรับชำระเงินออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้ระบบที่เหมาะกับช่องทางการขายและพฤติกรรมการชำระเงินของลูกค้า

จาก “The Race to The Next…” ธุรกิจควรเริ่มตรงไหน?

สิ่งที่น่าสนใจจากทั้ง 4 บทเรียนไม่ใช่การพยายามวิ่งตามทุกเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น แต่คือการรู้ว่า อะไรคือความเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อธุรกิจของเรา และควรทดลองอะไรเป็นลำดับถัดไป

ธุรกิจอาจเริ่มจากการมอง New Reality รอบตัว ประเมิน Effect ที่เกิดขึ้นกับลูกค้า เลือกหนึ่งเรื่องมาทำ eXperiment และมองหา Partner ที่เหมาะสมภายใต้แนวคิด Together

ไม่ว่าจะเป็น AI, Supply Chain, FinTech หรือระบบรับชำระเงิน เทคโนโลยีจะมีความหมายต่อธุรกิจก็ต่อเมื่อสามารถนำมาปรับใช้กับโจทย์จริงได้

และนี่อาจเป็นหัวใจสำคัญของ “The Race to The Next…” เพราะการแข่งขันเพื่อไปสู่บทถัดไปของธุรกิจ อาจไม่ได้อยู่ที่ว่าใครวิ่งเร็วที่สุด แต่อยู่ที่ว่าใครมองเห็นความเปลี่ยนแปลง ปรับตัว ทดลอง และเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมได้เร็วกว่ากัน

Scroll to Top