เอกสารและคู่มือการใช้งาน ChillPay

ChillPay จัดเต็มเอกสารและคู่มือการใช้งาน ที่เข้าใจง่ายและครบถ้วน เพื่อให้นักพัฒนาและธุรกิจมั่นใจในทุกขั้นตอนของการเชื่อมต่อและการดำเนินงาน

Help developers

🧑‍💻 Developer Support
API (Application Programming Interface) เป็นบริการหรือช่องทางที่ใช้เชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย มีหลักการการทำงานง่ายๆ คือ Client (Application ต่างๆ) ส่งคำสั่งร้องขอไปยัง API เมื่อได้รับข้อมูลแล้ว API จะนำข้อมูลนั้นไปประมวลผล และส่งข้อมูลที่ได้กลับไปฝั่ง Client จากความหมายของ API ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น คำว่า Open API นั้นหมายถึง บริการที่มีการเปิดให้ใช้สาธารณะ สามารถให้เหล่านักพัฒนาสามารถเชื่อมต่อได้ทันที อีกทั้งยังสามารถรองรับการพัฒนาได้หลากหลายภาษาอีกด้วย

User Guide

เอกสารคู่มือการใช้งาน (Version 4.0.0)
เอกสารการเชื่อมต่อระบบ (API Document)
ChillCredit Merchant Integration (Version 1.0.2)
เอกสารการเชื่อมต่อระบบ Online Direct Debit (API Document)
แอปพลิเคชั่นทดลอง*
*แอปพลิเคชันสำหรับทดสอบช่องทาง QR Code, Counter Bill Payment, ShopeePay, SCB Easy App, KMA, Bualuang mBanking, Krungthai Next และ Paotang Pay (รองรับเฉพาะระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เวอร์ชัน 4.4 ขึ้นไป)
ChillPay Merchant Sandbox*
*ChillPay Merchant Sandbox คือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์พกพาที่อยู่ในสภาพแวดล้อมสำหรับทดสอบการใช้งาน (Testing Environment) ซึ่งช่วยให้ร้านค้าสามารถสร้างลิงก์ชำระเงิน (Paylink) เพื่อใช้ในการรับชำระค่าสินค้าและบริการ.

Privacy Policy

นโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัท พระอินทร์ ฟินเทค จํากัด (ซึ่งหมายความถึง บริษัท พระอินทร์ ฟินเทค จำกัด รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ให้บริษัทให้บริการ อาทิเช่น โมเดิร์นเพย์ และชิวเพย์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่จะให้บริการในอนาคต) (ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “บริษัทฯ”) จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อแจ้งให้คุณ, ผู้ใช้บริการ, ร้านค้าที่ใช้บริการของบริษัทฯ (ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “ผู้ใช้บริการ”) ทราบถึงขอบเขตวิธีการที่บริษัทฯใช้รวบรวม จัดเก็บ ตลอดจนเข้าถึงและจัดการข้อมูลที่ผู้ใช้บริการให้กับทางบริษัทฯ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) เมื่อผู้ใช้บริการได้เปิดใช้การบริการกับทางบริษัทฯ จะถือว่าผู้ใช้บริการได้ทำความเข้าใจ ตกลง และยอมรับ ตลอดจนยินยอมปฏิบัติตามนโยบายเปิดเผยความเป็นส่วนตัวของบริษัทฯ และยินยอมให้มีการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยท่านสามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) ได้ที่เว็บไซต์ของบริษัท https://www.chillpay.co

ทั้งนี้บริษัทฯอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวในอนาคต จึงขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร และนโยบายความเป็นส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ อนึ่ง ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการจะไม่ถูกเก็บรวบรวม เปิดเผย ทำให้แพร่หลาย หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบแล้ว เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการ หรือมีกฎหมายบัญญัติเป็นการอื่น

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯมีความจำเป็นต้องขอความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัท และ/หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจากบริษัท และ/หรือหน่วยงานของรัฐ และ/หรือเอกชนเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้บริษัทฯจะเก็บข้อมูลต่างๆของผู้ใช้บริการ (ซึ่งรวมเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”) ดังนี้

  1. ข้อมูลบนบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางหรือหลักฐานอื่นที่ออกโดยราชการ เช่น ชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง ฯลฯ
  2. ลักษณะเฉพาะของบุคคล เช่น สถานภาพ ข้อมูลชีวภาพ (Biometrics)
  3. ที่อยู่ที่จดทะเบียนไว้ในทะเบียนบ้านและที่อยู่ปัจจุบัน รวมถึงพิกัดตำแหน่งของผู้ใช้งานในปัจจุบัน
  4. ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาหรือการทำงาน
  5. ข้อมูลที่จำเป็นในการติดต่อผู้ใช้บริการ เช่น ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอีเมล ฯลฯ
  6. ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน เช่น บันทึกรายการธุรกรรมที่ทำผ่านระบบโมเดิร์นเพย์และชิวเพย์ หรือบริการอื่นๆของบริษัทฯ ข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลบัญชีธนาคาร ข้อมูลบัญชีเงินฝาก ข้อมูลกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) และข้อมูลอื่นๆของธนาคารหรือสถาบันทางการเงินที่ผู้ใช้บริการมีอยู่ ฯลฯ
  7. ข้อมูลสินค้าหรือบริการที่ผู้ใช้บริการทำธุรกรรมกับทางบริษัทฯ
  8. ตัวอย่างลายเซ็นของผู้ใช้บริการ
  9. ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้บริการของทางบริษัทฯ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เครื่อง POS (Point of Sale) รวมถึงหมายเลขประจำเครื่อง (Unique Device Identifier) และหมายเลขที่ใช้สำหรับระบุตัวตนของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่บนเครือข่าย (IP address) ข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตำแหน่งที่อยู่ คุกกี้ (cookie)
  10. ข้อมูลอื่นใดที่ระบุไว้ในข้อตกลงการให้บริการกับบริษัทฯ หรือข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการตรวจสอบและปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ เพื่อความจำเป็นในการขอข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากบริการพื้นฐานของบริษัท หรือกรณีเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน (Sensitive Personal Data) นอกเหนือจากที่ระบุข้างต้น บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนพื้นฐานต่างๆ ภายใต้กฎหมายกำหนดเท่านั้น โดยบริษัทจะแจ้งวัตถุประสงค์และประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ก่อนหรือขณะที่จะมีการดำเนินการดังกล่าว

วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ภายใต้ฐานตามกฎหมายและดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของผู้ใช้บริการก่อนเข้าทำสัญญา รวมถึงความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งผู้ใช้บริการเป็นคู่สัญญา เช่น
    • การพิจารณาคำขอลงทะเบียนเพื่อใช้บริการผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯให้บริการ อาทิเช่น โมเดิร์นเพย์ และชิวเพย์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่จะให้บริการในอนาคต
    • การให้บริการช่วยเหลือ ติดต่อสอบถามข้อมูล ตอบรับคำร้องขอ รับข้อมูลข่าวสาร หรือการติดต่อสอบถามเกี่ยวกับบริการ
    • การพัฒนา ปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ
    • การประมวลผลข้อมูลเพื่อให้บริการ หรือการอื่นใดที่จำเป็นในการให้บริการที่ดีที่สุดจากบริษัทฯ
  2. เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ หลักปฏิบัติ หรือแนวทางปฏิบัติใดๆ ที่ออกโดยหน่วยงานตามกฎหมายหรือที่มีอำนาจกำกับดูแล เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น โดยบริษัทฯอาจนำส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ตรวจสอบภายใน/ภายนอก หน่วยงานราชการ หรือบุคคลนิติบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ตามนโยบายการดำเนินการตรวจสอบตัวตนเพื่อหาข้อเท็จจริง (KYC/CDD) ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
  3. เพื่อวัตถุประสงค์ในการรับข่าวสารหรือข้อมูล หรือเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดและการส่งเสริมการขาย หรือข้อเสนอเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ สินค้า และบริการใดๆ หรือเพื่อการเก็บและใช้ข้อมูลเพื่อการสถิติหรือศึกษาวิจัย วิเคราะห์ ประเมินผลข้อมูล หรือเพื่อจัดการความต้องการทางธุรกิจของบริษัทฯ คู่ค้าของบริษัทฯ หรือบริษัทในเครือ ตลอดจนวัตถุประสงค์อื่นใดที่บริษัทฯเห็นว่าอาจเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการตกลงยินยอมให้บริษัทฯทำการตรวจสอบ และ/หรือแลกเปลี่ยนข้อมูล และ/หรือเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลใดๆ และ/หรือนิติบุคคลอื่นใด ซึ่งรวมถึงกลุ่มบริษัทในเครือ และ/หรือบุคคลอื่นที่มีสัญญาการคุ้มครองข้อมูลผูกกับบริษัทฯ โดยผู้ใช้บริการจะไม่เรียกร้องค่าตอบแทนใดๆ จากบริษัทฯ
  4. เพื่อการป้องกันอาชญากรรมและการฉ้อโกง รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของระบบและเครือข่ายเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้วัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากนี้ บริษัทฯจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบในภายหลัง

วิธีการรวบรวมข้อมูล

บริษัทฯจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ ระหว่างการดำเนินการสมัครเพื่อขอใช้บริการ หรือเก็บระหว่างการใช้บริการกับทางบริษัทฯ

ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล

บริษัทฯจะเก็บข้อมูลตลอดระยะเวลาที่มีการใช้บริการ หรือจนกระทั่งมีการยกเลิกบริการ ทั้งนี้อาจเก็บรวบรวมไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดไว้ เช่น ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี

การเปิดเผยข้อมูล

  • ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือเมื่อบริษัทได้รับแจ้งให้ตรวจสอบธุรกรรมที่เข้าข่ายทุจริตจากผู้เกี่ยวข้องในการให้บริการหรือลูกค้า
  • การเปิดเผยให้แก่พนักงาน ลูกจ้าง กรรมการ ที่ปรึกษา ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ
  • บริษัทฯได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอให้เปิดเผย
  • การเปิดเผยให้แก่ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายนอกของบริษัท หน่วยงานราชการ ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้อง และบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นใด ที่บริษัทจำเป็นต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย
  • การเปิดเผยให้แก่นิติบุคคลที่มีอำนาจควบคุมบริษัทฯ หรืออยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทฯ รวมถึงบริษัทที่อยู่ภายใต้การควบคุมเดียวกันกับบริษัทฯ หรือบุคคลอื่นใดที่บริษัทฯเป็นคู่สัญญาหรือมีนิติสัมพันธ์กับบริษัทฯ รวมถึงผู้ให้บริการอื่นๆ ที่มีอำนาจดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น ผู้ให้บริการภายนอก สถาบันทางการเงิน หรือคู่ค้าอื่นใดของบริษัทฯ
  • ผู้รับโอนธุรกิจ/กิจการ ในกรณีที่บริษัทฯมีการควบรวม โอน ขาย ทรัพย์สิน และ/หรือกิจการทั้งหมด หรือแต่บางส่วน

การใช้สิทธิลบ หรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ

เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย หากผู้ใช้บริการมีความประสงค์ให้ลบหรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเอง แล้วเหตุแห่งการกระทำดังกล่าวขัดแย้งกับข้อบังคับที่กฎหมายอื่นใดกำหนดไว้ บริษัทฯจะไม่สามารถดำเนินการลบข้อมูลดังกล่าวได้ เนื่องจากตามกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น บังคับให้บริษัทในฐานะผู้รับข้อมูลหรือผู้ประมวลผลข้อมูล ต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลา 10 ปี

การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

บริษัทฯรับทราบและตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ บริษัทฯจึงได้ปรับปรุงและพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้สอดคล้องกับความปลอดภัยตามหลักมาตรฐานสากลตลอดเวลา บริษัทฯจะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถเพื่อปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ และเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล หรือมีหน้าที่ตามกฎหมาย รักษาซึ่งความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการถูกจารกรรมด้วยวิธีใดๆ เช่น การจารกรรมทางคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าด้วยวิธีการเจาะระบบ (Hacking) ขโมย สำเนา หรือทำลายฐานข้อมูล ทำลายรหัสลับส่วนตัว หรือการจารกรรมทางเอกสาร หรือวิธีการอื่นใดซึ่งมิใช่ความผิดของบริษัทฯ หรือการสูญหายทางข้อมูลอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัยหรือการกระทำอื่นใดที่มิได้กระทำโดยบริษัทฯ บริษัทฯมีสิทธิที่จะปฏิเสธความรับผิดใดๆ อันเป็นผลมาจากการกระทำดังกล่าว

ภาษา

การแปลนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ ไม่ว่าจะแปลเป็นภาษาใดก็ตาม มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกของท่านเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาใดๆ ที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่มีข้อความขัดแย้งกันระหว่างฉบับภาษาไทยและภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาไทย ให้ยึดข้อความตามภาษาไทยเป็นหลัก

การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเกิดขึ้น บริษัทฯจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้ใช้บริการ บริษัทฯจะแจ้งการละเมิดให้ผู้ใช้บริการทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ หรือจดหมาย เป็นต้น

สิทธิของผู้ใช้บริการในการจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคล

หากผู้ใช้บริการมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ หรือต้องการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่ผู้ใช้บริการส่งมาให้บริษัทฯ โปรดติดต่อทางอีเมลที่ help@chillpay.co หรือติดต่อที่หมายเลข 02-107-7788 ในวันและเวลาทำการ (จันทร์ – ศุกร์ 8.00 – 17.00 น.) ของบริษัทฯ

บริษัท พระอินทร์ ฟินเทค จํากัด (ซึ่งหมายความถึง บริษัท พระอินทร์ ฟินเทค จำกัด รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ให้บริษัทให้บริการ อาทิเช่น โมเดิร์นเพย์ และชิวเพย์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่จะให้บริการในอนาคต) (ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “บริษัทฯ”) ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลอื่นอันเกี่ยวกับท่าน ผู้ใช้บริการ ร้านค้าที่ใช้บริการของบริษัทฯ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของบริษัทฯ (ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “ผู้ใช้บริการ”) เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเชื่อมั่นได้ว่า บริษัทฯ มีความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัว (“นโยบาย”) นี้ จึงได้จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบถึงวัตถุประสงค์ ขอบเขต และวิธีการที่บริษัทฯ เก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนเข้าถึงและจัดการข้อมูลที่ผู้ใช้บริการให้กับทางบริษัทฯ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวในอนาคต จึงขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร และนโยบายความเป็นส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ อนึ่ง ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการจะไม่ถูกเก็บรวบรวม เปิดเผย ทำให้แพร่หลาย หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบแล้ว เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการ หรือมีกฎหมายบัญญัติเป็นการอื่น

1. นิยาม

ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ทำให้สามารถระบุถึงตัวบุคคลธรรมดานั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยไม่รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถึงแก่กรรม

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา ความคิดเห็นทางการเมือง พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ เช่น การสแกนลายนิ้วมือ การสแกนใบหน้า เป็นต้น หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

2. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม

เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ อาจต้องขอความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัทฯ และ/หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจากบริษัทฯ และ/หรือหน่วยงานของรัฐ และ/หรือเอกชนเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับบริการที่ท่านใช้หรือบริบทความสัมพันธ์ที่ท่านมีกับบริษัทฯ รวมถึงข้อพิจารณาอื่นที่มีผลกับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยประเภทของข้อมูลที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ เป็นเพียงกรอบการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ เป็นการทั่วไป บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลต่างๆของผู้ใช้บริการ (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) ดังนี้

(ก) ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล วันเดือนปี สถานที่เกิด สถานภาพ ภาพถ่ายบุคคล ภาพเคลื่อนไหว ลายมือชื่อ ข้อมูลตามที่ปรากฎในบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง สำเนาบัตรประชาชน และหมายเลขบัตรประชาชน เป็นต้น

(ข) ข้อมูลติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ไลน์ไอดี (LINE ID) ช่องทางติดต่อในสื่อสังคมออนไลน์ สถานที่ทำงาน เป็นต้น

(ค) ข้อมูลด้านความปลอดภัย เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด ตลอดจนข้อมูลระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่น พาหนะ ทะเบียนรถยนต์ กรณีการเข้าพื้นที่ของบริษัทฯ เป็นต้น

(ง) ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานและการศึกษา เช่น ตำแหน่งงาน หน่วยงานหรือองค์กรที่ท่านปฏิบัติงาน ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน หลักสูตรที่ผ่านการอบรม เป็นต้น

(จ) ข้อมูลเกี่ยวกับการเงิน เช่น บันทึกรายการธุรกรรมที่ทำผ่านระบบโมเดิร์นเพย์และชิวเพย์ หรือบริการอื่นๆของบริษัทฯ ข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลบัญชีธนาคาร ข้อมูลบัญชีเงินฝาก ข้อมูลกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) และข้อมูลอื่นๆของธนาคารหรือสถาบันทางการเงินที่ผู้ใช้บริการมีอยู่ เป็นต้น

(ฉ) ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าถึงและใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ เช่น อีเมล (Email) หมายเลขไอพี (IP Address) พิกัด (geolocation) ประเภทของโปรแกรมบราวเซอร์ (Browser) ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ (Log File) คุกกี้ (Cookies) และประวัติการสนทนาในแอปพลิเคชัน รวมถึงความเห็นหรือการพูดถึงบริษัทฯ หรือธุรกิจของบริษัทฯ บนระบบอินเตอร์เน็ตหรือช่องทางอื่นๆ เป็นต้น

(ช) ข้อมูลที่ท่านได้ให้ไว้เมื่อท่านติดต่อ หรือร่วมกิจกรรมใด ๆ กับบริษัทฯ รวมถึง การถ่าย ภาพเคลื่อนไหว บันทึกเสียง ความคิดเห็น ความพึงพอใจ และข้อเสนอแนะของท่านในการดำเนินการหรือการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ เป็นต้น

(ซ) ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสังคม เช่น ข้อมูลความสัมพันธ์ทางสังคมของท่าน เช่น สถานภาพทางการเมือง การดำรงตำแหน่งทางการเมือง การดำรงตำแหน่งกรรมการ เป็นต้น

(ฌ) ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของบริษัทฯ หรือข้อมูลอื่นใดที่ระบุไว้ในข้อตกลงการให้บริการกับบริษัทฯ หรือข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการตรวจสอบและปฏิบัติงาน

(ญ) ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้บริการของทางบริษัทฯ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เครื่อง POS (Point of Sale) รวมถึงหมายเลขประจำเครื่อง (Unique Device Identifier) และหมายเลขที่ใช้สำหรับระบุตัวตนของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่บนเครือข่าย (IP address) ข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตำแหน่งที่อยู่ คุกกี้ (cookie)

(ฎ) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลความพิการ ข้อมูลชีวมิติ (Biometric) ข้อมูลประเมินพฤติกรรม ทัศนคติและไหวพริบ

โดย บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่านในการเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวดังกล่าว เว้นแต่กรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้อำนาจในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

การระบุตัวตนของท่าน บริษัทฯ ขอแจ้งให้ท่านทราบว่า ในกรณีที่บริษัทฯ ต้องขอสำเนาเอกสารระบุตัวตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่น ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) ได้แก่ ศาสนา หรือหมู่เลือด บริษัทฯ ไม่มีความประสงค์จะเก็บข้อมูลดังกล่าว บริษัทฯ จึงขอให้ท่านขีดฆ่า หรือปิดทึบข้อมูลส่วนนั้น หากท่านมิได้ดำเนินการดังกล่าว บริษัทฯ ถือว่าท่านอนุญาตให้บริษัทฯ ทำการปกปิดข้อมูลเหล่านั้น โดยเอกสารดังกล่าวมีผลสมบูรณ์และบังคับใช้ได้ทุกประการ ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ไม่สามารถปกปิดข้อมูลนั้นได้เนื่องจากข้อจำกัดบางประการ บริษัทฯ ขอยืนยันว่าการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นไปเพื่อการพิสูจน์ตัวตนเท่านั้น โดยบริษัทฯ ไม่มีความประสงค์ที่จะเก็บรวบรวมหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวที่ปรากฎในเอกสารดังกล่าว

3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ภายใต้ฐานตามกฎหมายและดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

1. เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของผู้ใช้บริการก่อนเข้าทำสัญญา รวมถึงความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งผู้ใช้บริการเป็นคู่สัญญา เช่น

· การพิจารณาคำขอลงทะเบียนเพื่อใช้บริการผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯให้บริการ อาทิเช่น โมเดิร์นเพย์ และชิวเพย์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่จะให้บริการในอนาคต

· การให้บริการช่วยเหลือ ติดต่อสอบถามข้อมูล ตอบรับคำร้องขอ รับข้อมูลข่าวสาร หรือการติดต่อสอบถามเกี่ยวกับบริการ

· การพัฒนา ปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ

· การประมวลผลข้อมูลเพื่อให้บริการ หรือการอื่นใดที่จำเป็นในการให้บริการที่ดีที่สุดจากบริษัทฯ

2. เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ หลักปฏิบัติ หรือแนวทางปฏิบัติใดๆ ที่ออกโดยหน่วยงานตามกฎหมายหรือที่มีอำนาจกำกับดูแล เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น โดยบริษัทฯ อาจนำส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ตรวจสอบภายใน/ภายนอก หน่วยงานราชการ หรือบุคคลนิติบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ตามนโยบายการดำเนินการตรวจสอบตัวตนเพื่อหาข้อเท็จจริง (KYC/CDD) ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

3. เพื่อวัตถุประสงค์ในการรับข่าวสารหรือข้อมูล หรือเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดและการส่งเสริมการขาย หรือข้อเสนอเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ สินค้า และบริการใดๆ หรือเพื่อการเก็บและใช้ข้อมูลเพื่อการสถิติหรือศึกษาวิจัย วิเคราะห์ ประเมินผลข้อมูล หรือเพื่อจัดการความต้องการทางธุรกิจของบริษัทฯ คู่ค้าของบริษัทฯ หรือบริษัทในเครือ ตลอดจนวัตถุประสงค์อื่นใดที่บริษัทฯเห็นว่าอาจเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการตกลงยินยอมให้บริษัทฯทำการตรวจสอบ และ/หรือแลกเปลี่ยนข้อมูล และ/หรือเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลใดๆ และ/หรือนิติบุคคลอื่นใด ซึ่งรวมถึงกลุ่มบริษัทในเครือ และ/หรือบุคคลอื่นที่มีสัญญาการคุ้มครองข้อมูลผูกกับบริษัทฯ โดยผู้ใช้บริการจะไม่เรียกร้องค่าตอบแทนใดๆ จากบริษัทฯ

4. เพื่อการป้องกันอาชญากรรมและการฉ้อโกง รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของระบบและเครือข่ายเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

หากมีการดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้วัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากนี้ บริษัทฯจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบในภายหลัง ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้อำนาจให้กระทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น

4. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง และการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนหรือขณะทำการเก็บรวบรวม หากกฎหมายกำหนดให้ต้องขอความยินยอม และจะดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ ระบุไว้โดยแจ้งชัด

ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับมาจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง เฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นด้วยวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด เช่น จากผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง หรือสื่อสาธารณะ เป็นต้น

5. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล

บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในคำประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่บริษัทฯ ยังมีความสัมพันธ์กับท่าน และอาจเก็บรวบรวมไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดไว้ เช่น ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี

6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลอื่นหรือนิติบุคคลอื่น

บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้

ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือเมื่อบริษัทได้รับแจ้งให้ตรวจสอบธุรกรรมที่เข้าข่ายทุจริตจากผู้เกี่ยวข้องในการให้บริการหรือลูกค้า

การเปิดเผยให้แก่พนักงาน ลูกจ้าง กรรมการ ที่ปรึกษา ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ

บริษัทฯ ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอให้เปิดเผย

การเปิดเผยให้แก่ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายนอกของบริษัท หน่วยงานราชการ ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้อง และบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นใด ที่บริษัทจำเป็นต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย

การเปิดเผยให้แก่นิติบุคคลที่มีอำนาจควบคุมบริษัทฯ หรืออยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทฯ รวมถึงบริษัทที่อยู่ภายใต้การควบคุมเดียวกันกับบริษัทฯ หรือบุคคลอื่นใดที่บริษัทฯเป็นคู่สัญญาหรือมีนิติสัมพันธ์กับบริษัทฯ รวมถึงผู้ให้บริการอื่นๆ ที่มีอำนาจดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น ผู้ให้บริการภายนอก สถาบันทางการเงิน หรือคู่ค้าอื่นใดของบริษัทฯ

ผู้รับโอนธุรกิจ/กิจการ ในกรณีที่บริษัทฯมีการควบรวม โอน ขาย ทรัพย์สิน และ/หรือกิจการทั้งหมด หรือแต่บางส่วน

ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ บริษัทฯ จะดำเนินการตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

7. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามที่กำหนดไว้โดยกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนด

2. สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

3. สิทธิในการขอรับ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล

4. สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

5. สิทธิในการขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

6. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

7. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน

8. สิทธิในการรับทราบกรณีมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

9. สิทธิในการร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

กรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคำร้องขอใช้สิทธิดังกล่าว บริษัทฯ จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ บริษัทฯ สงวนสิทธิที่จะปฏิเสธหรือไม่ดำเนินการตามคำร้องขอดังกล่าวได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วเหตุแห่งการกระทำดังกล่าวขัดแย้งกับข้อบังคับที่กฎหมายอื่นใดกำหนดไว้ บริษัทฯ จะไม่สามารถดำเนินการลบข้อมูลดังกล่าวได้ เนื่องจากตามกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น บังคับให้บริษัทฯ ในฐานะผู้รับข้อมูลหรือผู้ประมวลผลข้อมูล ต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลา 10 ปี

8. การใช้คุกกี้

เว็บไซต์ของบริษัทฯ อาจใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิเคราะห์การใช้งาน และปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของท่าน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาศึกษา นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookie Policy) ของบริษัทฯ

9. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

บริษัทฯ รับทราบและตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ บริษัทฯ จึงได้ปรับปรุงและพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้สอดคล้องกับความปลอดภัยตามหลักมาตรฐานสากลตลอดเวลา บริษัทฯ จะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถเพื่อปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ และเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล หรือมีหน้าที่ตามกฎหมาย รักษาซึ่งความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ

10. ภาษา

การแปลนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ ไม่ว่าจะแปลเป็นภาษาใดก็ตาม มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกของท่านเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาใดๆ ที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่มีข้อความขัดแย้งกันระหว่างฉบับภาษาไทยและภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาไทย ให้ยึดข้อความตามภาษาไทยเป็นหลัก

11. การปรับปรุงแก้ไขนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ อาจพิจารณาปรับปรุง แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ตามที่เห็นสมควร และจะทำการแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางเว็บไซต์ https://www.chillpay.co โดยมีวันที่มีผลบังคับใช้ของแต่ละฉบับแก้ไขกำกับอยู่ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านโปรดตรวจสอบเพื่อรับทราบนโยบายฉบับใหม่อย่างสม่ำเสมอก่อนที่ท่านจะทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทฯ

การเข้าใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทฯ ภายหลังการบังคับใช้นโยบายใหม่ ถือเป็นการรับทราบตามข้อตกลงในนโยบายใหม่แล้ว ทั้งนี้ โปรดหยุดการเข้าใช้งานหากท่านไม่เห็นด้วยกับรายละเอียดในนโยบายฉบับนี้และโปรดติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป

12. การติดต่อ

หากท่านมีคำถามเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัว หรือต้องการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ที่

บริษัท พระอินทร์ ฟินเทค จำกัด

อีเมล: help@chillpay.co

โทรศัพท์: 02-107-7788

วันและเวลาทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น.

เว็บไซต์: https://www.chillpay.co

บริษัทฯ จะดำเนินการพิจารณาคำขอใช้สิทธิของท่านตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

วันที่มีผลบังคับใช้: 1 กันยายน 2569

วันที่ปรับปรุงล่าสุด: 1 กันยายน 2569

Terms and Conditions

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท พระอินทร์ ฟินเทค จำกัด

ยินดีต้อนรับสู่บริการระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ChillPay ข้อกําหนดและเงื่อนไขนี้ (“ข้อกำหนด”) ใช้บังคับกับผู้ใช้บริการระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรับชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการ ซึ่งให้บริการภายใต้ชื่อประกอบทางการค้า ChillPay (ชิวเพย์) หรือ ชื่ออื่นใดที่บริษัทกำหนด ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ขอใช้บริการ” โดยผู้ขอใช้บริการตกลงยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามข้อกําหนดและเงื่อนไขการใช้บริการระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท พระอินทร์ ฟินเทค จำกัด (“ผู้ให้บริการ” หรือ “บริษัทฯ”) รวมถึงเอกสารและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการที่บริษัทฯ กำหนด ดังนี้

  • คําจํากัดความต่างๆ ในข้อกําหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ มีความหมายดังต่อไปนี้
  • “ผู้ให้บริการ หรือ บริษัทฯ ” หมายถึง บริษัท พระอินทร์ ฟินเทค จำกัด
  • “ผู้ขอใช้บริการ” หมายถึง เจ้าของและ/หรือผู้ประกอบธุรกิจ หรือเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายในการขายสินค้าและ/หรือบริการต่างๆ ที่ประสงค์จะใช้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทฯ เพื่อรับชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการ
  • “ลูกค้า” หมายถึง บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ซึ่งเป็นลูกค้า และ/หรือผู้ใช้บริการของผู้ขอใช้บริการ และชำระเงินค่าสินค้าและ/หรือบริการผ่านช่องทางของ ChillPay 
  • “บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายถึง การให้บริการของบริษัทฯ ในการรับชำระเงินค่าสินค้า และ/หรือบริการจากลูกค้าแทนผู้ขอใช้บริการ ผ่านวิธีการและช่องทางการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งอาจรวมถึงการรับชำระเงินแบบออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชัน และ/หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใดที่เชื่อมต่อกับระบบของบริษัทฯ 
  • “ธุรกรรม” หมายถึง รายการชำระเงินค่าสินค้าและ/หรือบริการที่ดำเนินการผ่านระบบ ChillPay
  • “วันทำการ” หมายถึง วันที่ธนาคารพาณิชย์เปิดทำการตามปกติในประเทศไทย โดยไม่รวมวันหยุดทำการของธนาคาร
  • “การระงับเงิน” หมายถึง การระงับการโอนหรือการจ่ายเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราว เพื่อการตรวจสอบ การป้องกันความเสี่ยง การปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ หรือกรณีอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดนี้

เมื่อทำการสมัครหรือลงทะเบียนใช้งานบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เรียบร้อยแล้ว ผู้ขอใช้บริการจะต้องส่งเอกสารประกอบการสมัคร เอกสารยืนยันตัวตน และข้อมูลอื่นตามที่บริษัทฯ ร้องขอ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence: CDD) และการตรวจสอบตัวตนของผู้ขอใช้บริการ KYC (Know Your Customer) รวมถึงการตรวจสอบและติดตามความสัมพันธ์กับผู้ขอใช้บริการอย่างต่อเนื่องตามระดับความเสี่ยงและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายหรือหน่วยงานกำกับดูแลกำหนด  (“การตรวจสอบ”) และเพื่อจัดทำเอกสารสัญญาสำหรับการลงนาม

  • กรณีผ่านการตรวจสอบ

ในกรณีที่เอกสาร และข้อมูลของผู้ขอใช้บริการผ่านการตรวจสอบ บริษัทฯ จะทำเอกสารสัญญาเพื่อให้ผู้ขอใช้บริการลงนาม โดยสามารถลงนามได้ทั้งบนเอกสารสัญญาหรือลงนามออนไลน์แบบ DocuSign อย่างไรก็ตาม หากมียอดชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการเข้ามาในระบบบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างการตรวจสอบเอกสารประกอบการสมัครและเอกสารยืนยันตัวตน บริษัทฯ อาจระงับการโอนเงินดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะการตรวจสอบและการลงนามในสัญญาจะเสร็จสมบูรณ์ ทั้งนี้ การระงับเงินจะดำเนินการเท่าที่จำเป็นและเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 

เมื่อสัญญาระหว่างบริษัทฯ และผู้ขอใช้บริการมีผลสมบูรณ์แล้ว บริษัทฯ จึงจะดำเนินการโอนเงินค่าสินค้า และ/หรือบริการที่ได้รับจากลูกค้า ให้แก่ผู้ขอใช้บริการภายในวันทำการถัดไป หลังจากวันที่ได้ชำระจากลูกค้า (T+1) เว้นแต่ กรณีที่เกิดเหตุระบบขัดข้องหรือเหตุสุดวิสัย เหตุจากธนาคาร ผู้ให้บริการเครือข่ายชำระเงิน บริษัทฯ จะดำเนินการโอนเงินภายในไม่เกินวันทำการถัดไป

  • กรณีไม่ผ่านการตรวจสอบ

ในกรณีที่เอกสารของผู้ขอใช้บริการไม่ผ่านการตรวจสอบ ผู้ขอใช้บริการรับทราบและตกลงว่า 

(ก) ผู้ให้บริการสามารถดำเนินการยุติการให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันทีมิพักต้องแจ้งล่วงหน้า 

(ข) ผู้ให้บริการ หรือ ผู้ประสานงานของผู้ให้บริการ (แล้วแต่กรณี) จะดำเนินการแจ้งให้แก่ผู้ขอใช้บริการทราบถึงผลการพิจารณาตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางการติดต่อที่ได้ให้ไว้กับผู้ให้บริการ และ

 (ค) ผู้ให้บริการจะดำเนินการหักค่าธรรมเนียมการใช้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ตามการใช้งานที่ผู้ขอใช้บริการใช้งานจริงจึงจะดำเนินการโอนเงินค่าสินค้า/บริการที่ได้รับจากลูกค้า คืนให้แก่ผู้ขอใช้บริการ ภายใน 30 (สามสิบ) วันทำการของผู้ให้บริการ นับแต่วันที่ผู้ให้บริการแจ้งผลการพิจารณาตรวจสอบตาม (ข)

ทั้งนี้ ผู้ขอใช้บริการตกลงยอมรับและเข้าใจว่า ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม ในกรณีที่เกิดความเสียหายหรือสิทธิเรียกร้องใดๆ การใช้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ขอใช้บริการตกลงสละสิทธิเรียกร้องใดๆ ทั้งหมด ทั้งนี้หมายความรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าเสียหาย หรือการใช้สิทธิทางศาลไม่ว่าทางแพ่งและอาญาต่อผู้ให้บริการ ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วน

  • กรณีไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเอกสารไม่ครบถ้วน

หากเอกสารหรือข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือเพียงพอต่อการตรวจสอบ ฝ่ายตรวจสอบข้อมูลขอบริษัทฯ จะแจ้งไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานงานกับผู้ขอใช้บริการในการขอเอกสารประกอบการสมัครหรือเอกสารยืนยันตัวตนเพิ่มเติม และเมื่อผู้ขอใช้บริการส่งเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วนแล้ว ฝ่ายตรวจสอบจะนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและแจ้งผลการตรวจสอบให้ทราบอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หากผู้ขอใช้บริการไม่ดำเนินการจัดส่งหรือทำเอกสารเพิ่มเติมภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากฝ่ายประสานงานของบริษัทฯ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวและยุติการให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ผู้ขอใช้บริการตกลงรับทราบและได้อ่านทำความเข้าใจข้อความในข้อกำหนดนี้ รวมถึงเอกสารแนบท้ายต่างๆ (ถ้ามี) อย่างละเอียดแล้ว และผู้ขอใช้บริการตกลงจะดำเนินการตรวจสอบเงื่อนไขในการให้บริการนี้อย่างสม่ำเสมอ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริการสามารถติดต่อสอบถาม ได้ที่ 02-107-7788 หรือ อีเมล help@chillpay.co ในวันและเวลาทำการของบริษัทฯ

  • ข้อกำหนดทั่วไป
  1. ผู้ขอใช้บริการตกลงที่จะปฏิบัติและผูกพันตามเงื่อนไขการให้บริการ ซึ่งการใช้บริการของผู้ขอใช้บริการถือเป็นการยอมรับเงื่อนไขการให้บริการนี้ โดยผู้ให้บริการอาจแก้ไข หรือเพิ่มเติมเงื่อนไขการให้บริการได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ขอใช้บริการทราบล่วงหน้า เว้นแต่เป็นการแก้ไขที่ส่งผลกระทบต่อผู้ขอใช้บริการอย่างมีนัยสำคัญ
  2. ผู้ขอใช้บริการตกลงผูกพันตามเงื่อนไขการให้บริการของผู้ให้บริการทั้งที่มีอยู่ในขณะนี้ และที่จะมีประกาศแก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมต่อไปในภายหน้าโดยทางผู้ให้บริการจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนด
  3. ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงหรือยกเลิกการบริการ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบริการ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำแบบชั่วคราวหรือมีผลการปรับปรุงหรือยกเลิกการบริการถาวรได้ตลอดเวลา โดยจะแจ้งให้ผู้ขอใช้บริการให้ทราบล่วงหน้า
6. ขอบเขตการให้บริการ

ผู้ขอใช้บริการตกลงจะใช้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ ChillPay เพื่อรับชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการ โดยมีขอบเขตการทำงานตามหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้

  • ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์กับผู้ขอใช้บริการผ่านระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ChillPay
  • ปรับปรุงระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ChillPay ให้ตรงกับข้อกำหนดการชำระเงิน
  • ดูแลรักษาและแก้ไขปัญหาของระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ChillPay เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
7. การสมัครใช้บริการ 
การสมัครใช้บริการ ChillPay สามารถกระทำได้ตามช่องทางที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งรวมถึง 
  •   สมัครผ่านพนักงานขายหรือตัวแทนขายของผู้ให้บริการ
  • สมัครผ่านทางเมลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail)
  • สมัครผ่านทางเว็บไซต์

ทั้งนี้เมื่อผู้ขอใช้บริการทำการสมัครเสร็จสิ้นต้องทำการส่งเอกสารยืนยันตัวตน เอกสารประกอบการสมัคร และข้อมูลอื่นตามที่บริษัทฯ กำหนด ให้บริษัทฯ โดยสามารถส่งได้ทั้งเอกสารที่เป็นกระดาษ (Hard Copy) และเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Soft Copy) จากนั้นจึงลงนามในเอกสารสัญญาซึ่งสามารถลงนามได้ทั้งบนเอกสารสัญญาหรือลงนามออนไลน์แบบ DocuSign

8. คุณสมบัติผู้ใช้บริการ

ผู้ขอใช้บริการจะต้องเป็นนิติบุคคล (จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย) หรือบุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นเจ้าของและ/หรือผู้ประกอบธุรกิจ หรือเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายในการขายสินค้าและ/หรือบริการต่างๆ และประสงค์จะใช้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ในการรับชำระค่าสินค้า/บริการ ซึ่งการประกอบธุรกิจดังกล่าวจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและกรณีธุรกิจที่ต้องมีใบอนุญาตการตามกฎหมายกำหนด อีกทั้งต้องไม่เป็นธุรกิจที่ขัดต่อนโยบายของบริษัทฯ ทั้งนี้ ผู้ขอใช้บริการต้องได้รับและคงไว้ซึ่งใบอนุญาตหรือการอนุญาตดังกล่าวตลอดระยะเวลาที่ใช้บริการ 

ผู้ขอใช้บริการต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ เช่น ลักษณะหรือประเภทธุรกิจ ผู้มีอำนาจลงนาม ผู้ถือหุ้น บัญชีรับเงิน ใบอนุญาต หรือข้อมูลอื่นที่อาจมีผลต่อการประเมินความเสี่ยงหรือการให้บริการ

บริษัทฯ มีสิทธิทบทวนข้อมูลและสถานะของผู้ขอใช้บริการเป็นระยะ และอาจขอเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติมตามความเหมาะสมและตามหลักเกณฑ์ KYC/CDD ที่เกี่ยวข้อง

9. ประเภทบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

ผู้ขอใช้บริการตกลงจะใช้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทฯ ตามประเภทบริการชำระเงินที่กำหนดไว้ตามนโยบายของบริษัท

  1. KYC / CDD และการป้องกันการทุจริต

ผู้ขอใช้บริการตกลงให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริง (Customer Due Diligence: CDD) การยืนยันตัวตน (Know Your Customer: KYC) การตรวจสอบผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner) และการตรวจสอบอื่นใดตามที่บริษัทฯ หรือหน่วยงานกำกับดูแลกำหนด

บริษัทฯ อาจติดตามและตรวจสอบธุรกรรมของผู้ขอใช้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินและบริหารความเสี่ยง รวมถึงตรวจสอบธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติหรือมีเหตุอันควรสงสัย

ผู้ขอใช้บริการตกลงว่าจะไม่ใช้บริการ ChillPay เพื่อกระทำหรือสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมาย การฉ้อโกง การฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย อาชญากรรมทางเทคโนโลยี การหลอกลวงประชาชน หรือกิจกรรมอื่นใดที่บริษัทฯ หรือหน่วยงานกำกับดูแลกำหนดเป็นกิจกรรมต้องห้ามหรือมีความเสี่ยงที่ไม่อาจยอมรับได้

หากบริษัทฯ พบเหตุอันควรสงสัย บริษัทฯ มีสิทธิดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม ระงับธุรกรรม ระงับการโอนเงิน หรือยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับผู้ขอใช้บริการ ตามความเหมาะสมและตามที่กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกำหนด

11. ภาษี

ทั้งสองฝ่ายตกลงและรับทราบว่า แต่ละฝ่ายมีหน้าที่และความรับผิดทางภาษีอากรตามกฎหมาย อันเกิดจากรายได้ตามอัตราที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ฝ่ายหนึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย อีกฝ่ายหนึ่งตกลงให้ความร่วมมือในการดำเนินการและจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด 

12. การเก็บรักษาความลับ

ทั้งสองฝ่ายตกลงเก็บรักษารายละเอียด ข้อมูล และเอกสารต่างๆ ที่ได้รู้ หรือรับทราบ ไม่ว่าโดยวิธีใดๆ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานหรือใช้บริการไว้เป็นความลับ โดยสัญญาว่าจะไม่เปิดเผย เผยแพร่ให้กับบุคคลที่สามทราบ หรือยินยอมให้บุคคลใดกระทำการดังกล่าว เว้นแต่การเปิดเผยในกรณีดังต่อไปนี้

  1. การเปิดเผยโดยกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง หมายของศาล เจ้าพนักงาน หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย โดยจะแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบทันที
  2. เป็นการเปิดเผยให้แก่พนักงาน ลูกจ้าง กรรมการ ที่ปรึกษา ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ เท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน
  3. เป็นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นที่ล่วงรู้แก่สาธารณชนทั่วไปอยู่แล้ว ซึ่งมิได้เป็นผลมาจากการฝ่าฝืนในการรักษาความลับของแต่ละฝ่าย
  4. เป็นการเปิดเผยโดยได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เปิดเผยข้อมูล โดยข้อมูลอันเป็นความลับดังกล่าวตกลงจะดูแลและควบคุมให้พนักงานของตนปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้อย่างเคร่งครัด
  1. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขอใช้บริการ กรรมการ ผู้มีอำนาจ ผู้ติดต่อ ลูกค้า และบุคคลที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ผู้ขอใช้บริการตกลงว่าจะดำเนินการให้บุคคลที่เกี่ยวข้องได้รับทราบเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีฐานทางกฎหมายหรือความยินยอมที่จำเป็นสำหรับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทฯ

รายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ให้เป็นไปตาม “นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)” ของบริษัทฯ ซึ่งประกาศผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.chillpay.co

ในกรณีที่บริษัทฯ และผู้ขอใช้บริการมีบทบาทเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแตกต่างกันตามลักษณะกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล ให้แต่ละฝ่ายปฏิบัติตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด และจัดทำข้อตกลงหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น

 
14. การโอนเงินค่าสินค้าและ/หรือบริการ
  1. เมื่อผู้ให้บริการได้รับชำระเงินจากลูกค้าแล้ว ผู้ให้บริการจะโอนเงินค่าสินค้า/บริการที่ได้รับจากลูกค้า ไปให้ผู้ขอใช้บริการ ภายในวันทำการถัดไป หลังจากวันที่ได้ชำระจากลูกค้า (T+1) เว้นแต่ กรณีระบบขัดข้องหรือเกิดเหตุสุดวิสัย จะโอนเงินภายในไม่เกินวันทำการถัดไป
  2. ผู้ขอใช้บริการตกลง และยินยอมให้ผู้ให้บริการหักเงินในจำนวนเท่ากับค่าบริการหลังจากหักภาษี ณ ที่จ่าย และโอนเงินค่าสินค้า หรือ บริการส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ขอใช้บริการตามระยะเวลาที่กำหนดไว้
  3. เมื่อผู้ให้บริการได้รับค่าบริการตามสัญญาแล้ว ผู้ให้บริการจะสรุปยอดชำระค่าบริการดังกล่าว และออกใบกำกับภาษีไปให้ผู้ขอใช้บริการทุกวันสุดท้ายของเดือน
  4. กรณีที่ผู้ให้บริการได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายแล้ว โดยคำนวณจากยอดเงินค่าบริการที่ผู้ให้บริการมีสิทธิได้รับในแต่ละเดือน หลังจากผู้ขอใช้บริการตรวจสอบ และยืนยันแล้ว พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ภายใน 3 (สาม) วัน หลังจากวันที่สุดท้ายของเดือน
  5. บริษัทฯ ไม่มีนโยบายในการคืนเงิน (Refund) กรณีที่มีการยกเลิก แก้ไข เปลี่ยนแปลง ยอดเงินที่ได้ทำธุรกรรมเสร็จสิ้นแล้ว จากลูกค้า หรือ ผู้ใช้บริการ ยกเว้นประเภทการชำระเงินออนไลน์ แบบ Credit Card
  6. รายการชำระเงินด้วย ChillPay ที่ได้ถูกอนุมัติไปแล้ว ภายหลังธนาคารอาจตรวจพบข้อสงสัย หรือความผิดปกติ หรือการทุจริต ฉ้อโกง ของลูกค้า ต่อมาจึงเกิดการปฏิเสธการจ่ายเงิน หากธนาคารได้หักเงินหรือเรียกเงินคืนไม่ว่าด้วยกรณีใดก็ตาม ผู้ขอใช้บริการจะต้องชำระคืน “เงินที่ต้องคืน” ตามจำนวนเงินที่ถูกปฏิเสธ หรือถูกหัก หรือถูกเรียกคืนกลับมายังผู้ให้บริการ ภายใน 7 (เจ็ด) วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้ให้บริการแจ้งผู้ขอใช้บริการให้ทราบถึงเรื่องดังกล่าว
  7. ผู้ขอใช้บริการรับทราบว่า กรณีที่ธนาคารหรือบริษัทตรวจพบว่ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้บริการ และ/หรือเหตุอื่นใดอันน่าสงสัยเกี่ยวกับการชำระค่าสินค้า/บริการ การฉ้อโกงหรือทุจริต ผู้ขอใช้บริการตกลงยินยอมให้บริษัทมีสิทธิระงับการจ่ายเงินหรือนำเงินเข้าบัญชีของผู้ขอใช้บริการสำหรับรายการที่เกิดปัญหานั้น ๆ ไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติ โดยบริษัทจะแจ้งให้ผู้ขอใช้บริการทราบล่วงหน้าก่อนเพื่อร่วมกันตรวจสอบหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
15. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขเงื่อนไขและข้อกำหนดการใช้งานช่องทางการให้บริการ
  1. ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการใดๆ ที่ระบุอยู่ในช่องทางการให้บริการนี้ รวมทั้งที่ระบุอยู่ในช่องทางการให้บริการใดช่องทางหนึ่งเป็นการเฉพาะ ผู้ขอใช้บริการมีหน้าที่ที่จะต้องคอยตรวจสอบข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ รวมทั้งข้อกำหนดเพิ่มเติมใดๆ ที่กำหนดอยู่ในช่องทางเว็บไซต์ www.chillpay.co อย่างสม่ำเสมอ การใช้ช่องทางการให้บริการ
  2. ของผู้ขอใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ให้ถือว่ามผลผูกพันผู้ขอใช้บริการต่อข้อตกลงและสัญญาตามข้อกำหนด รวมถึงเงื่อนไขใดๆ ที่ได้ถูกแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทั้งหมดด้วย
  3. ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและข้อกำหนดการใช้งานส่งผลให้ผู้ขอใช้บริการเกิดภาระหรือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลเมื่อผู้ขอใช้บริการให้ความยินยอม
  4. หากมีกฎหมายและ/หรือกฎเกณฑ์กำหนดให้ผู้ให้บริการดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขไว้เป็นการเฉพาะเป็นอย่างอื่น ผู้ขอใช้บริการตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการปฏิบัติตามกฎหมายและ/หรือกฎเกณฑ์ดังกล่าวได้
16. การรับข้อร้องเรียนและแก้ไขปัญหา

บริษัทฯ มีนโยบายการรับข้อร้องเรียนและแก้ไขปัญหาผ่านช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุขัดข้องได้ที่ 02-107-7788 หรือ อีเมล help@chillpay.co ในวันและเวลาทำการของบริษัทฯ

17. สิทธิในการเข้าถึง

ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงหรือแก้ไขช่องทางการให้บริการหรือเนื้อหาใดๆ บนเว็บไซต์นี้ ในเวลาใดๆ นอกจากนี้ ผู้ให้บริการสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธหรือจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์นี้ของบุคคลใด หรือจากเลขที่อยู่อินเตอร์เน็ต (IP Address) ใด โดยไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวหรือระบุเหตุผลในการดำเนินการนั้น

18. กฎหมายที่ใช้บังคับ

ข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการฉบับนี้ อยู่ภายใต้บังคับและการตีความตามกฎหมายของประเทศไทย

ลองฟรี! โหมด Sandbox

ทดลองใช้งานสภาพแวดล้อมทดสอบที่ปลอดความเสี่ยงของ ChillPay
จำลองธุรกรรม สำรวจฟีเจอร์ และมั่นใจได้ว่าการเชื่อมต่อสำหรับทุกธุรกิจนั้นง่ายและปลอดภัย

Scroll to Top